ย้อนกลับไปหน้าแรก

4 เหตุผลที่นำมาใช้กำหนดความต้องการต่างๆ ในการใช้งาน

8 เมษายน 2016

4 เหตุผลที่นำมาใช้กำหนดความต้องการต่างๆ ในการใช้งาน

เรื่องนี้อาจจะดูเหมือนเป็นการใช้สัญชาตญาน แต่เมื่อคุณกำลังวางแผนเลือกซื้อเครื่องจักรใหม่มาจัดการกับผลิตภัณฑ์ การกำหนดความต้องการในการใช้งานต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก แม้ว่าความต้องการนั้น อาจจะชัดเจนอยู่แล้ว คนทั่วไปมักตกหลุมพรางในการกำหนดคุณสมบัติไปตามใจตัวเอง และผลที่เกิดขึ้นตามมา คือ การที่ต้องจ่ายเกินราคาให้กับอุปกรณ์ที่เราไม่ต้องการ! ดังนั้น หากคุณกำลังพิจารณาเลือกอุปกรณ์ดูแล ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ลองดูที่ข้อเสนอแนะตามนี้

1. ผลิตภัณฑ์คือหัวใจสำคัญ

ในเรื่องของการจัดการวัสดุ สินค้าคือหัวใจสำคัญ ซัพพลายเออร์เครื่องจักรต้องมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในสิ่งที่คุณต้องการ สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขาประเมินได้ว่า อะไรที่ทำได้และอะไรที่ทำไม่ได้กับผลิตภัณฑ์ของคุณ เพื่อที่จะเลือกโซลูชั่นที่ดีที่สุด ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสายการผลิต ในกระบวนการจัดซื้อนี้ การที่มั่นใจว่าซัพพลายเออร์อุปกรณ์เครื่องจักรเข้าใจในสินค้าของคุณ น่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพียงสิ่งเดียวในขั้นตอนนี้


2. ใช้เวลาในการค้นหาข้อมูล

ไม่มีข้อสงสัยใดๆ เลยว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ คุณรู้ว่าสินค้ามีขนาดเท่าไหร่ มีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด และสามารถผลิตได้เร็วแค่ไหน ซัพพลายเออร์ที่จะจัดหาเครื่องจักรให้คุณนั้น ก็ควรจะต้องรู้ข้อมูลเหล่านี้เช่นกัน นี่คือหลักสำคัญในการเลือกเครื่องมืออุปกรณ์ที่ดีที่สุด สำหรับการใช้งานของคุณเอง และเมื่อกระบวนการเลือกซื้อเริ่มขึ้น คุณอาจจะประหลาดใจที่พบว่า ซัพพลายเออร์สามารถหาข้อมูลพวกนี้มาได้ยาก

ควรใช้เวลาในการเก็บรวบรวมสิ่งที่คุณดูแลอยู่ ทำรายการสินค้าเกี่ยวกับขนาด น้ำหนัก และอัตรการผลิต โดยหลีกเลี่ยงการทำรายละเอียดสินค้าเหล่านี้เป็นขอบเขตกว้างๆ ซึ่งอาจทำให้ซัพพลายเออร์แนะนำเครื่องจักรที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ที่หนักหนาสาหัสที่สุดที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย! ตัวอย่างที่ควรจะหลีกเลี่ยง คือ อย่ากะน้ำหนักที่มากที่สุดให้กับสินค้าที่เล็กที่สุดในรายการ





3. ต้านทานความอยากได้

เราทุกคนล้วนอยากได้เครื่องจักรที่ทนทาน และสามารถจัดการกับสินค้าได้มากกว่าที่เราจะใช้จริงๆ  ด้วยเหตุผลนี้เอง ลูกค้าหลายรายมีแนวโน้มที่จะให้ข้อมูลของน้ำหนักสินค้า และ/หรืออัตราการผลิตที่เกินจริงไปโดยพลการ แม้ว่าจะดูเป็นความคิดที่ดี  แต่โดยปกติแล้ว ซัพพลายเออร์มืออาชีพจะเพิ่มเติมปัจจัยเพื่อให้ครอบคลุมและปลอดภัยเข้าไปในข้อกำหนดที่ลูกค้าต้องการอยู่แล้ว เพื่อรับประกันว่าอุปกรณ์เครื่องจักรนั้นทำงานได้ดีในระดับสูงสุด ดังนั้น หากคุณให้ข้อมูลที่เกินความต้องการกับซัพพลายเออร์ คุณก็จะได้อุปกรณ์เครื่องจักรที่แพงโดยไม่จำเป็น

ควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับซัพพลายเออร์อยู่เสมอ ไม่ควรให้ข้อมูลสินค้าที่เกินจริง ถ้าคุณอยากได้ความสบายใจในด้านกำลังการผลิตที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต ให้จดความต้องการในการเติบโตที่คาดไว้เป็นรายการแยกออกมา สิ่งนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงความต้องการเครื่องจักรอุปกรณ์ที่มากเกินไปได้


4. เอาเครื่องจักรที่คิดไว้แล้วล่วงหน้าเก็บไว้ก่อน

ลูกค้าหลายรายเริ่มขั้นตอนของการจัดหาเครื่องจักรอุปกรณ์ดูแลสินค้า ด้วยการคิดไปก่อนแล้วว่าต้องการเครื่องอะไร ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการยึดติดกับเครื่องแบบที่คิดไว้แล้ว มากกว่าจะพยายามดูที่วัตถุประสงค์ว่าต้องการจะใช้งานอะไร การจัดการวัสดุต่างๆ เป็นอุตสาหกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง เพราะมีโซลูชั่นใหม่เชิงนวัตกรรมออกสู่ตลาดในทุกๆ วัน การพะวงถึงแต่เครื่องจักรที่คุณเคยซื้อในรุ่นก่อนหรือเฉพาะรุ่นที่คุณทราบว่ามีขายอยู่ จะทำให้สูญเสียโอกาสอันมีค่าที่จะได้รับทราบข้อมูลและเทคโนโลยีใหม่ๆ จากซัพพลายเออร์ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของคุณให้ดีขึ้นได้ และอาจจะประหยัดได้มากกว่าเดิมอีกด้วย

การเลือกซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ดูแลสินค้า เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมากสำหรับทุกองค์กรที่ต้องการกระบวนการทำงานที่ดีขึ้นและเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น อย่างในกรณีที่ได้กล่าวไว้ ขั้นตอนแรกของกระบวนการเลือกซื้อเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้น จึงควรเริ่มขั้นแรกอย่างรอบคอบด้วยการกำหนดความต้องการต่างๆ ในการใช้งานอย่างถูกต้องและถี่ถ้วน

บทความถัดไป