ย้อนกลับไปหน้าแรก

อัลไมด้า มาร์ตินส์: มิตรภาพต้องมาก่อน

9 กุมภาพันธ์ 2016

อัลไมด้า มาร์ตินส์: มิตรภาพต้องมาก่อน

ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ละตินอเมริกามีการเติบโตอย่างมากมายในอุตสาหกรรมการผลิตหลายอย่าง ด้วยวัฒนธรรมที่น่าค้นหาและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีการเติบโตและความไม่แน่นอน บราซิลเคยอยู่และยังคงอยู่ในความสนใจของบริษัททั้งหลายจากทั่วโลก ท่ามกลางการควบรวมกิจการของบริษัท และการปลี่ยนเปลงทางเศรษฐกิจที่สำคัญต่างๆ นี่คือเรื่องราวของ Luiz, Marco และ Marcello ผู้บริหารบริษัทชั้นนำของบราซิลที่เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ อัลไมด้า มาร์ตินส์ (Almeida Martins)





จากรั้วมหาวิทยาลัยถึงการทำธุรกิจ

อัลไมด้า มาร์ตินส์ เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์แบบโรบอทและการจัดการวัตถุดิบของบราซิล ตั้งอยู่ที่เมือง Jundiai ที่ห่างออกไปทางเหนือของเมืองเซา เปาโล (São Paulo) ประมาณ 60 กิโลเมตร โดยมีเพื่อนรักสามคนจากรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกันดูแลบริหารงานทั้งหมดในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา  Luiz, Marcello และ Marco พบกันตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ที่เมืองเซา เปาโล และคบหาเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยนั้น ทันทีหลังจากเรียนจบในปี 2531 ทั้งสามคนได้เข้าทำงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี ชื่อ เคเอชเอส (KHS) ในแผนการขยายกิจการครั้งใหญ่ในตลาดบราซิลของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรให้กับอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม

แม้ว่าเคเอชเอส จะโตขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ในช่วงต้นปี 90 (ปี 2533) สถานการณ์ในตอนนั้นมีการเปลี่ยนแปลง และในช่วงเวลานั้นเองที่ อัลไมด้า มาร์ตินส์ ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาโดย มิสเตอร์ อัลไมด้า และมิสเตอร์มาร์ตินส์ ในเวลาอันรวดเร็ว อัลไมด้า มาร์ตินส์ ได้กลายมาเป็นผู้รับช่วงธุรกิจของเคเอชเอส ในการผลิตและติดตั้งเครื่องจักรที่ช่วยลำเลียงและจัดการวัตถุดิบต่างๆ และนี่คือ จุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2536  Luiz เป็นคนแรกของทั้งสามคนที่เข้ามาร่วมงานกับอัลไมด้า มาร์ตินส์ในปี 2537 ตามติดมาด้วย  Marco ในปี 2538 และสุดท้าย Marcello ได้เข้ามาร่วมด้วยในปี 2540 จากประสบการณ์ร่วมและความสนิทสนมกัน ทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะสร้างธุรกิจนี้ร่วมกัน เมื่อการเป็นเจ้าของอย่างเป็นรูปธรรมได้กลายเป็นความจริงขึ้นมา ทั้งสามคนจึงเป็นผู้นำของทีมงานผู้เชี่ยวชาญทั้ง 50 คนอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2545 แต่ละคนมีบทบาทที่แตกต่างกันออกไปในการรับผิดชอบธุรกิจแต่ละส่วน ซึ่งเป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกัน  ในฐานะของผู้อำนวยการฝ่ายการค้า Marco รับผิดชอบในส่วนของงานขายและการพัฒนา ส่วน Luiz รับหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการ เข้ามาดูแลในส่วนของการเงิน ทรัพยากรบุคคล และแผนกจัดซื้อ สำหรับ Marcello ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม ควบคุมงานในด้านวิศวกรรมและหน่วยงานการผลิตต่าง


รากฐานที่แข็งแรง: การเติบโตที่แข็งแกร่ง

จากการที่อัลไมด้า มาร์ตินส์ จับงานในตลาดการผลิตหลายๆ ด้าน อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม สารเคมี      อุตสาหการ ยานยนต์ เภลัชกรรม การเกษตร และอีกมากมาย ทำให้สามารถวางรากฐานที่แข็งแรงในพื้นที่แถบละตินอเมริกา (LATAM) มาร์โคกล่าวว่า “ตลาดมีความมั่นคงอย่างมากและเชื่อถือได้เสมอมาสำหรับพวกเราและบริษัทของเรา เราได้ทำงานมากมายร่วมกับลูกค้าประจำซึ่งถือเป็นหลักประกันอนาคตของบริษัทมากยิ่งขึ้นไปอีก”

อัลไมด้า มาร์ตินส์ ประสบความสำเร็จกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาตัดสินใจเดินหน้าเรื่องหุ่นยนต์ ในช่วงของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ธุรกิจได้มีการเปลี่ยนรูปแบบครั้งใหญ่ จากผู้ผลิตเครื่องจักรไปสู่ผู้จัดหาโซลูชั่น นี่คือความแตกต่างที่สำคัญมาก และในขณะเดียวกัน เป็นความเหมาะเจาะอย่างยิ่งกับสิ่งที่พีทีซีต้องการเป็น นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเครือข่ายทรัพยากรในหลายๆ ด้านเกิดขึ้น – สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ อัลไมด้า มาร์ตินส์ ได้เป็นบริษัทผู้รวบรวมหุ่นยนต์ฟานุค (FANUC Robotics Integrator) ซึ่งน่าจะใหญ่ที่สุดในแวดวงอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศบราซิล

ตั้งแต่ปี 2553 พรีเมียร์ เทค โครโนส เริ่มต้นค้นหาพันธมิตรทางธุรกิจที่ใช่ ในการขยายธุรกิจเข้าไปในแถบอเมริกาใต้ และต้องใช้เวลากว่าสามปีครึ่งในการเฟ้นหากลุ่มพันธมิตรที่เหมาะสม ผู้ซึ่ง “เต็มใจที่จะร่วมทาง” และพร้อมรับฟังแผนกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ของพีทีซี - และเห็นว่านี่คือการจับมือร่วมกันที่ดี โดยในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 พีทีซีก็ได้ควบรวมธุรกิจกับอัลไมด้า มาร์ตินส์อย่างเป็นทางการ


สร้างพลังร่วมกัน

พีทีซี ได้ทำข้อตกลงระยะยาวกับอดีตเจ้าของกิจการทั้งสามคนให้อยู่ร่วมกับบริษัท เพื่อสร้างธุรกิจในแถบละตินอเมริกา และในบราซิล ซึ่งถือว่ามีระดับเศรษฐกิจที่มีศักยภาพเป็นครึ่งหนึ่งของตลาดละตินอเมริกา ปัจจุบันนี้ พีทีซี มีรากฐานที่มั่นคงในบราซิล รวมทั้งแผนการพัฒนาและเป้าหมายที่แข็งแกร่ง หลังจากร่วมงานกันเพียงสองสามเดือน Marco บอกว่า “ชื่อ พีทีซี แข็งแกร่งมากในบราซิล” เขาเสริมอีกด้วยว่า “โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวงการอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ประเภทถุง – มันเยี่ยมมากที่ได้เห็นว่าบริษัททั้งหลายล้วนต้องการให้แบรนด์นี้มาอยู่ในส่วนงานผลิตของพวกเขา” ทั้งสามคนต่างรู้สึกว่าแผน การพัฒนาจะผันสู่การปฎิบัติงานได้ในไม่กี่ปีข้างหน้านี้ เนื่องด้วยศักยภาพในการเติบโตนั้นมีอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อความกว้างขวางของกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของพีทีซีได้ถูกนำมาเสริมเข้าด้วยกัน ทั้งสามกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “เป้าหมายนั้นยิ่งใหญ่มาก แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงมีอยู่ตรงนี้อย่างแน่นอน”

บทความถัดไป