เปลี่ยนเครื่องบรรจุสู่ระบบ "ออโตเมชั่น" คุณต้องรู้อะไรบ้าง?

ระบบออโตเมชั่นเป็นเสมือนทางลัดให้กับผู้ผลิตในยุคปัจจุบัน เพื่อให้ก้าวข้ามจากการใช้แรงงานคนไปสู่การผลิตแบบอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพ  นั่นหมายถึง เพิ่มการผลิตที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด รวมถึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรในองค์กร อีกทั้งยังสามารถทำให้การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการผลิตเป็นไปตามเป้าหมายระยะยาวขององค์กรได้ แต่ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางลัด ย่อมต้องมีการเตรียมความพร้อม พรีเมียร์ เทค ขอชวนผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ มาเรียนรู้เส้นทางลัดจากประสบการณ์จริงที่เราได้รวบรวมมาจากผู้รู้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความพร้อมก่อนที่จะลงสนามการผลิตจริงกับการนำเครื่องชั่งบรรจุถุงระบบ “ออโตเมชั่น” ไปปรับใช้ในอุตสาหกรรม

เปลี่ยน “ปัญหา” เป็น “ประสิทธิภาพ” ด้วย “เครื่องบรรจุแบบออโตเมชั่น”

จากประสบการณ์ที่ พรีเมียร์ เทค มีโอกาสดูแลลูกค้าจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมน้ำตาล แป้งมันสำปะหลัง ปุ๋ยเคมี เม็ดพลาสติก หรือแม้กระทั่งนมผงและอาหารสัตว์ ผู้ประกอบการหลายท่านได้แบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาในการผลิต อันเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง และนำเครื่องบรรจุถุงระบบอัตโนมัติไปเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการบรรจุผลิตภัณฑ์จนไปถึงขั้นตอนการปิดปากถุง

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีปัญหาด้านแรงงาน ทั้งเรื่องการขาดงาน ลา มาสายและการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้การผลิตต้องสะดุด หรือทำยอดได้ไม่ตรงตามเป้าหมายในแต่ละวัน ทำให้โรงงานหลายแห่งที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลได้เริ่มศึกษาหาข้อมูลในการนำระบบออโตเมชั่นในอุตสาหกรรมมาใช้ และผลพลอยได้จากการนำเครื่องบรรจุระบบอัตโนมัติที่ตามมา คือ สามารถลดการปนเปื้อนที่ติดไปกับกระสอบที่เคยเกิดขึ้นกับการบรรจุแบบแมนนวลได้โดยสิ้นเชิง
 

manual bagging

8 เรื่องที่ต้องพร้อม ก่อนเปลี่ยนจากแมนนวลสู่ออโตเมชั่น

  1. สร้างวิสัยทัศน์กับแผนระยะยาวที่สอดคล้องกัน
  2. เข้าใจถึงการลงทุน ผลตอบแทนระยะยาว
  3. เตรียมหาบุคลากรก่อนลงสนาม
  4. พร้อมปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อระบบใหม่
  5. วางแผนการบำรุงรักษา
  6. พัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากร
  7. ปรับผังทีมปัจจุบัน สร้างมูลค่าในงานด้านอื่น ๆ
  8. สื่อสารและสร้างการยอมรับในองค์กร


คิดจะแก้ คิดจะก้าว ต้องเข้าใจสองเรื่องหลัก

จากแปดเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อเปลี่ยนจากการบรรจุสินค้าระบบแมนนวลมาเป็นออโตเมชั่น มีอยู่สองเรื่องสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องเน้นย้ำ อันดับแรก คือ การพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากร ซึ่งต้องเป็นการทำงานร่วมกันตั้งแต่ก่อนติดตั้งเครื่อง ทั้งบริษัทผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ที่เป็นผู้จัดหาเครื่องจักรและระบบต่าง ๆ เช่น ออกแบบการใช้ประโยชน์จากพื้นที่การผลิตให้ได้สูงสุด เตรียมบุคลากรที่พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ รวมถึงวางแผนการฝึกอบรมทั้งการปฎิบัติงานกับเครื่องบรรจุถุงอัตโนมัติซึ่งเป็นระบบที่ไม่คุ้นเคย และการบำรุงรักษาเครื่องอย่างถูกวิธีเพื่อลดความผิดพลาดและยืดอายุการใช้งาน 

และอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การบำรุงรักษา ซึ่งถือเป็นวินัยการใช้งานเครื่องจักรในระบบอัตโนมัติ โดยมีประเด็นหลัก ๆ ที่ต้องเตรียมพร้อมและพึงระวัง ได้แก่

  • การบำรุงรักษาเป็นประจำ และการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ต้องมีกำหนดการชัดเจน
  • การฝึกอบรมและการให้ความรู้ด้านเครื่องจักรกับพนักงานทุกกะ รวมถึงพนักงานใหม่
  • ไม่ควรเข้าไปแก้ไขหรือทดลองเล่นกับซอฟท์แวร์ของระบบควบคุมเครื่องจักร
  • ไม่ควรใช้ชิ้นส่วนอะไหล่ที่ไม่ใช่ของแท้จากโรงงานผลิต เพราะจะส่งผลกับประสิทธิภาพของเครื่องจักรในระยะยาว

การดูแลบำรุงรักษาเป็นประจำและการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน จะทำให้เครื่องจักรและเครื่องบรรจุถุงทำงานได้ดีในระยะยาว ซึ่งจะช่วยป้องกันการสูญเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และค่าใช้จ่ายจำนวนมากในอนาคต ที่เกิดจากขาดการดูแลเครื่องจักรด้วยวิธีการที่เหมาะสมนั่นเอง 
 

A man receives training on the automatic bagging machine system


รางวัลที่รออยู่ สำหรับการเริ่มก้าว

หลังเปลี่ยนระบบการบรรจุเป็นแบบออโตเมชั่นแล้วเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง? เนื่องจากเครื่องบรรจุสามารถทำงานได้เร็วกว่าเดิมและทดแทนการใช้แรงงานคนได้ แน่นอนว่าผลลัพธ์ย่อมเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นทั้งในเรื่องต้นทุนการผลิต (TCO – Total Cost of Ownership) ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI – Return on Investment) ประสิทธิภาพต่อการผลิต และระบบความปลอดภัย เพราะระบบออโตเมชั่น ทำให้โรงงานทำการผลิตได้อย่างต่อเนื่องและรองรับกำลังการผลิตของโรงงานได้เป็นอย่างดี

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ทุกโรงงานสามารถลดพนักงานในไลน์ผลิตแต่ละกะได้จำนวนมาก เช่น จากเดิมต้องการพนักงานมากกว่า 15 คนต่อกะเพื่อประจำในแต่ละสเตชั่น เช่น ตักสินค้า เปิดถุง ซีลถุง ฯลฯ แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้เครื่องบรรจุถุงอัตโนมัติแล้ว ใช้พนักงานเพียงประมาณ 3-4 คนต่อกะ เพื่อควบคุมเครื่องให้ทำงานตามที่ตั้งค่าไว้เท่านั้น แม้ว่าจะต้องเพิ่มการลงทุนในส่วนของเครื่องจักรและบรรจุภัณฑ์ แต่เมื่อลองคำนวณคร่าว ๆ คุณจะพบว่าสามารถลดค่าแรงลงไปได้มาก และสามารถคืนทุนให้กับโรงงานได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี แถมยังได้ความคุ้มค่าในระยะยาวและมาตรฐานการผลิตที่ทัดเทียมหรืออาจจะเหนือกว่าคู่แข่ง 

อีกหนึ่ง “รางวัล” ที่ได้จากการ “เริ่มก้าว” มาสู่การผลิตแบบออโตเมชั่น คือเรื่องสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพนักงาน การเปลี่ยนมาใช้เครื่องบรรจุระบบอัตโนมัติแทนแรงงานคนช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุของพนักงานลงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งตัวเครื่องยังมีระบบรักษาความปลอดภัย มีโหมดหยุดทำงานอัตโนมัติ และยังควบคุมเรื่องการฟุ้งกระจายของฝุ่นผงได้ด้วย ซึ่งทั้งในเรื่องความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานนั้น บริษัทมีการวางแผนตั้งแต่เริ่มเปลี่ยนระบบ ให้หัวหน้างานพิจารณาเพื่อปรับพนักงานในส่วนนี้ไปสร้างทีมในงานด้านอื่น ๆ แทน เพื่อเป็นหนึ่งแนวทางในการเตรียมองค์กรให้พร้อมเมื่อก้าวเข้าสู่ระบบออโตเมชั่น
 

Two men shake hands over a desk


มากกว่าการเป็นคู่ค้า คือการเป็นคู่คิด

การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงสู่เครื่องบรรจุระบบออโตเมชั่นไม่เพียงแต่จะมอบประสิทธิภาพการผลิตและความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่หากคุณเลือกคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์ที่ใช่ ความร่วมมือนั้นย่อมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันให้ธุรกิจไปสู่ความสำเร็จได้ เพราะซัพพลายเออร์ที่ดีต้องเป็นมากกว่าคู่ค้า แต่เป็น “คู่คิด” ของแชร์ประสบการณ์ แบ่งปันความรู้ บอกจุดอ่อน จุดแข็ง จากมุมมองของคนนอก ซึ่งเจ้าของธุรกิจเองอาจยังมองไม่เห็น

หากคุณจะเลือกร่วมงานกับคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์สักเจ้า นอกจากอีกฝ่ายจะต้องถือเอาความสำเร็จของลูกค้าเป็นหัวใจหลักแล้ว ยังต้องมีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่แสดงถึงการเป็นคู่คิดที่ดีได้ด้วย เช่น

  • มีฐานการผลิต ทีมติดตั้งและทีมบริการหลังการขายอยู่ในประเทศหรือภูมิภาคเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องสื่อสารภาษาท้องถิ่นได้
  • มีความคุ้นเคยกับเครื่องบรรจุถุงทั้งระบบแมนนวลและระบบอัตโนมัติ เพราะจะทำให้เข้าใจและทำงานร่วมกับองค์กรในการก้าวสู่ระบบอัตโนมัติ สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้
  • มีความน่าเชื่อถือ มีโครงการตัวอย่างที่แสดงถึงประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนั้น ๆ มาก่อน  
  • มีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก สามารถตรวจสอบผลงานได้

แน่นอนว่า ถ้าผู้ผลิตเลือกคู่ค้าที่ “ใช่” จะได้รับประโยชน์จากระบบออโตเมชั่นที่วัดผลได้และเห็นผลชัดเจน นั่นคือ ประสิทธิภาพการผลิตจะต้องเพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายลดลง เห็นผลประโยชน์ทางการเงินและการบัญชี เช่น ROI รวมถึงปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจากเครื่องชั่งบรรจุถุงระบบเก่าต้องน้อยลงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย และเกณฑ์มาตรฐานของลูกค้าและตลาด เช่น เรื่องสุขอนามัย หรือแม้กระทั่งประโยชน์ทางอ้อมกับระบบที่เชื่อมโยงในการการผลิต เช่น การใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่ามากขึ้น นอกจากนั้น จะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพของคนในองค์กรและองค์ความรู้ ส่งผลให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น 

และประโยชน์เหล่านี้ พรีเมียร์ เทค ยืนยันจากการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการชั้นนำหลากหลายแวดวงมาอย่างยาวนานว่า คู่ค้าที่ “ใช่” จะช่วยคุณคิดและมองผลประโยชน์ร่วมกันในการก้าวสู่การผลิตระบบ “ออโตเมชั่น”

ท่านสามารถติดต่อ พรีเมียร์ เทค เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ info@premiertech.com